สวนาวิชาการ การพัฒนาเมืองพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ EEC (Climate-Resilient City Development in the Eastern Economic Corridor)
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ ร่วมเป็นวิทยากรในเวทีเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาเมืองพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ EEC (Climate-Resilient City Development in the Eastern Economic Corridor)” ในการประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ พ.ศ. 2569 (HIA Forum 2026) ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี มีผู้ร่วมอภิปราย ประกอบด้วย นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ดร.ณัฐพงศ์ แหละหมัน รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค และดร.พัชริยา รุ่งกิจวัฒนานุกูล รองผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีนายทรงพล ตุละทา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคเหนือ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
สรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการเสวนา ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงต่อเมืองและสุขภาพซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และความแปรปรวนทั้งจากอุณภูมิที่เพิ่มขึ้น ปริมาณฝน น้ำท่วม ภัยแล้ง โดยผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะด้านสุขภาพ แต่เชื่อมโยงถึงเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
2. พื้นที่ EEC เผชิญความเสี่ยงซ้อนทั้งจากมลพิษและ Climate Change ได้แก่ มลพิษอุตสาหกรรม สารเคมี VOCs ฝุ่น PM2.5 รวมถึงน้ำท่วมและภัยร้อน โดยความเสี่ยงมีความแตกต่างตามบริบทพื้นที่ เช่น จังหวัดฉะเชิงเทรามีปัญหากากของเสียอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรีมีปัญหาฝุ่นจากเหมืองและโรงโม่หิน ส่วนจังหวัดระยองมีความเสี่ยงจาก VOCs โลหะหนัก และอุบัติภัยสารเคมี
3. สร้างเมืองพร้อมรับ Climate Change ต้องเปลี่ยนจากการรับมือเมื่อเกิดเหตุไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและสร้างความยืดหยุ่นของเมือง โดยใช้การเชื่อมโยงข้อมูลสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และกลุ่มเปราะบาง เป็นฐานในการตัดสินใจเพื่อการเตรียมพร้อม ปรับตัว และฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอที่ได้จากการเสวนา ดังนี้
1. ในการพัฒนาเมืองพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควรมีการพัฒนาระบบข้อมูลและเฝ้าระวังแบบบูรณาการ เชื่อมข้อมูลมลพิษ สารเคมี Climate Change สุขภาพ และกลุ่มเปราะบาง เพื่อเตือนภัยและสนับสนุนการตัดสินใจระดับพื้นที่
2. จัดทำแผนและมาตรการ Climate & Health Resilience ของเมือง ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ ทั้ง PM2.5 น้ำท่วม ความร้อน มลพิษอุตสาหกรรม และอุบัติภัยสารเคมี
3. สร้างกลไกความร่วมมือทุกภาคส่วน ระหว่าง อปท. สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม ภาควิชาการ และประชาชน เพื่อร่วมประเมินความเสี่ยง เตรียมพร้อม สื่อสาร และจัดการปัญหาอย่างต่อเนื่อง