องประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ จัดประชุมพัฒนาแนวทางการให้ความเห็นด้านสาธารณสุขต่อโครงการพัฒนา
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
วันที่ 17 กันยายน 2569 กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาแนวทางการให้ความเห็นด้านสาธารณสุขต่อโครงการพัฒนา” ณ ห้องประชุม 1 กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย และผ่านระบบ Video conference โดยมี ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพเป็นประธานการประชุม
การประชุมครั้งนี้มุ่งทบทวนและพิจารณาร่างแนวทางฯ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งรวบรวมข้อคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการประชุม มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ได้แก่ นางสาวธีชัช บุญญะการกุล นางสาวสิริวรรณ จันทนจุลกะ ผศ.ดร.นันทิกา สุนทรไชยกุล และนางสุกานดา พัดพาดี ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีนางสาวปลื้มกมล ตั้งวัฒนกุลชัย รองหัวหน้ากลุ่มพัฒนาการบริหารข้อมูล ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นระบบข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อสนับสนุนการให้ความเห็นด้านสาธารณสุขต่อโครงการพัฒนา นอกจากนี้ มีผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ศูนย์อนามัย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กองกฎหมาย กรมอนามัย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
จากการประชุม ได้ข้อคิดเห็นและกรอบแนวคิดสำคัญในการพัฒนาแนวทางฯ 4 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. กำหนดบทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ชัดเจน เน้นบทบาทในการทบทวนข้อมูลและรายงาน การให้คำแนะนำด้านวิชาการ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาโครงการในขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และการปฏิบัติงานจริง
2. พัฒนาข้อมูลด้านสุขภาพเพื่อสนับสนุนการให้ความเห็น จัดทำแนวทางการใช้ข้อมูลสุขภาพ โดยระบุข้อมูลและตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ รวมถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องแนวทางการเข้าถึงข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเลือกใช้ข้อมูลที่เหมาะสมมาใช้ประกอบการพิจารณาโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. พิจารณาผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรอบด้าน ให้ความสำคัญกับการพิจารณาปัจจัยกำหนดสุขภาพที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ผลกระทบสะสม รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบ ตลอดจนสุขภาพ คุณภาพชีวิต และบริบทของชุมชน รวมถึงความพร้อมของระบบบริการสาธารณสุขในการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้การพิจารณาครอบคลุมมิติด้านสุขภาพอย่างรอบด้าน
4. พัฒนาแนวทางให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและมีกลไกสนับสนุน พัฒนาโครงสร้างแนวทางให้เป็นแนวทางกลางที่กำหนดหลักการและกรอบการดำเนินงานในภาพรวม ควบคู่กับแนวทางหรือกรณีศึกษาเฉพาะสำหรับโครงการแต่ละประเภท โดยปรับเนื้อหาให้กระชับ เข้าใจง่าย เหมาะกับบริบทการปฏิบัติงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกเชิงระบบเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป กองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมไปประกอบการปรับปรุงร่างแนวทางฯ และรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ใช้งาน เพื่อให้แนวทางมีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริง และสามารถสนับสนุนบทบาทของบุคลากรสาธารณสุขในการพิจารณาโครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้านต่อไป